Property

ไนท์แฟรงค์ เผย ตลาดคอนโดฯในภูเก็ตปรับตัวดีขึ้น

2.8KViews

ผลวิจัยไนท์แฟรงค์ประเทศไทย เผยตลาดคอนโดฯในภูเก็ตคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตและตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น โดยอุปทานและราคาขายที่เพิ่มสูงขึ้นจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ในขณะที่อุปสงค์ยังคงปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย ปริมาณอุปทานใหม่ที่เปิดตัวในภูเก็ตคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักพัฒนาโครงการภายในประเทศและบริษัทร่วมทุนจะยังเป็นผู้เล่นหลักในตลาด อุปสงค์ทั้งตลาดจะถูกผลักดันด้วยกลุ่มผู้ซื้อจากต่างประเทศ, นักลงทุน, และชาวต่างชาติที่อาศัยในเมืองไทย โดยเฉพาะจากจีน, รัสเซีย, และออสเตรเลีย นอกจากนี้จะเห็นกลุ่มผู้ซื้อจำนวนมากจากเกาหลีใต้อีกด้วย ด้านราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรคาดว่าจะปรับราคาเพิ่มขึ้นทั่วทุกพื้นที่ ในขณะที่ความต้องการคอนโดฯหรูที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ราคามีการปรับสูงขึ้นในปี 2561 โดยเฉพาะโครงการที่ติดทะเล นอกจากนี้หนึ่งปัจจัยที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯได้ คือ โครงการ Smart City ในภูเก็ต ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาทั้งในด้านเศรษฐกิจและวิถีชีวิตแบบอัจฉริยะ และเพื่อสร้างเมืองให้กลายเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมดิจิทัลในภูมิภาคที่จะช่วยดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยว โดยโครงการคาดการณ์ว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2563

 ไฮไลท์
– อุปทานและอุปสงค์ของตลาดคอนโดฯในภูเก็ตปรับตัวลงในปี 2560 โดยจำนวนอุปทานใหม่รวมทั้งหมดในปี 2560 ลดลงไปร้อยละ 29 หรืออยู่ที่ 1,736 ยูนิต เมื่อเทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 2,478 ยูนิต สำหรับด้านอุปสงค์มีจำนวนคอนโดมิเนียม 1,147 ยูนิตที่ขายไปแล้วในปี 2560 ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 36 ปีต่อปี
– อุปทานที่เปิดตัวใหม่ติดวิวทะเล, ติดวิวทะเลบางส่วน, และไม่ติดวิวทะเลสามารถคิดเป็นสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 44, ร้อยละ54 และร้อยละ 2 ตามลำดับ โดยโครงการใหม่ส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มตลาดระดับไฮเอนด์ ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ที่หาดกะรน, หาดในหาน, และหาดบางเทา
– โครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวในปี 2560 มีอัตราการครอบครองเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 66 ซึ่งลดลงร้อยละ 6 ปีต่อปี อย่างไรก็ตามโครงการบางแห่งที่มีราคาไม่แพง, มีโปรโมชั่นเงินดาวน์ที่ดึงดูด, มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน, และอยู่ในทำเลที่เข้าถึงได้ง่ายสามารถทำยอดขายได้สูงภายในไม่กี่สัปดาห์หลังการเปิดตัว
– ราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรของโครงการใหม่ทั้งหมดที่เปิดตัวในปี 2560 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 135,719 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 ปีต่อปี

  อุปทาน
ในปี 2560 มีจำนวนอุปทานที่เปิดตัวประมาณ 1,736 ยูนิต ส่งผลให้มีอุปทานสะสมของคอนโดฯในภูเก็ตเพิ่มขึ้นไปที่ 14,266 ยูนิต หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 14 ปีต่อปี อย่างไรก็ตามอุปทานที่เปิดตัวใหม่ในปี 2560 ลดลงไปร้อยละ 29 ปีต่อปี หรือจาก 2,478 ยูนิตลงไปที่ 1,736 ยูนิต เนื่องจากนักพัฒนาโครงการระมัดระวังในด้านการเลือกประเภทการลงทุนและประเภทสินค้าที่นำเสนอแก่กลุ่มผู้ซื้อ

อุปสงค์ 
ในปี 2560 มีอัตราการครอบครองเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 66 ซึ่งปรับลดลงร้อยละ 6 ปีต่อปี ในขณะที่อัตราการดูดซับแสดงอัตราการปรับลดลงอยู่ที่ร้อยละ 35.8 ปีต่อปี อัตราการครอบครองเฉลี่ยของโครงการใหม่ที่ติดวิวทะเลบางส่วน ลดลงอยู่ที่ร้อยละ 65 หรือร้อยละ 16.7 ปีต่อปี ในช่วงเดียวกันอัตราการครอบครองยูนิตใหม่ที่ติดวิวทะเล และยูนิตที่ไม่ติดวิวทะเลลดลงอยู่ที่ร้อยละ 3.4 และ 2.5 ตามลำดับ สำหรับด้านผู้ซื้อ ตลาดคอนโดฯในภูเก็ตส่วนใหญ่ถูกครอบครองโดยกลุ่มผู้ซื้อจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากชาวจีน, รัสเซีย, และออสเตรเลีย ผู้ซื้อกลุ่มนี้มักซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยเองหรือเพื่อเป็นการลงทุนแบบระยะยาว

ราคา
ราคาขายเฉลี่ยของคอนโดฯทั้งหมดที่เปิดตัวในปี 2560 อยู่ที่ 135,719 บาทต่อตารางเมตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 ปีต่อปี ราคาขายของยูนิตที่ติดวิวทะเลเฉลี่ยอยู่ที่ 181,522 บาทต่อตารางเมตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 หากเทียบกับปีก่อน จากแรงผลักดันด้านราคาที่สูงขึ้นของยูนิตใหม่ที่เข้ามาในตลาดส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยของยูนิตที่ติดวิวทะเลบางส่วนในปี 2560 ปรับขึ้นไปที่ 115,828 บาทต่อตารางเมตร หรือเพิ่มขึ้นสูงกว่าปี 2559 ประมาณร้อยละ 5 ในช่วงเดียวกัน ราคาขายเฉลี่ยของคอนโดฯที่ไม่มีวิวทะเลปรับเพิ่มขึ้นไปที่ 103,927 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 102,583 บาทต่อตารางเมตรในปี 2560

ใส่ความเห็น